ReadyPlanet.com
dot
dot
Newsletter

dot
dot
dot
bulletเที่ยวนิวซีแลนด์
bulletเที่ยวเนปาล


web bord
เรื่องราว หน้าบ้าน
เพลง เพลินๆ
สารคดื เรื่องสั้น
hspace=0

เที่ยวศิลปวัฒนธรรม

เที่ยวเมืองไทย

Angkor variety...เที่ยวนครวัด

โปรแจ๊ค...เชียงใหม่กอล์ฟเซอร์วิส

hotel deals in christchurch hotel deals in christchurch Submit Commission Structure Reminder (Monthly Basis) Number of Departures Booking Commission Percentage (BCP) + Cost Per Click (CPC) 1-15 4% $0.10 16-49 4.5% (after the first 15 checkouts) $0.10 50-99 5% (after the first 49 checkouts) $0.10 100-199 6% (after the first 99 checkouts) $0.10 200-999 7% (after the first 199 checkouts) $0.10 1000+ 8% (after the first 999 checkouts) $0.10


ขับรถเที่ยว นิวซีแลนด์....ตอนชะตา นี้ช่วยกันลิขิต

FB ขับรถเที่่ยวนิวซีแลนด์

 

 หฤทัย บุญวงศ์โสภณ.....เรื่อง-ภาพ  

   
 ขับรถเที่ยวนิวซีแลนด์.....ตอน ชะตานี้ ช่วยกันลิขิต [Christchurch]  
   
คน ที่ตื่นระทึกที่สุดในเวลานี้เห็นจะไม่พ้นโชว์เฟอร์สาวของเรา ก็เพิ่งจะมาเหยีบสนามบินไครท์เชิร์ท และเมืองไครท์เชิร์ทเป็นครั้งแรกในชีวิตวันนี้นี่แหละ ตัวช่วยก็เป็น 4 ชีวิตที่เคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกเช่นกัน (ช่วยได้เยอะเลย) ...........

 
 

สีขาวที่กระจายเกลื่อนอยู่บนผืนหญ้าสีเขียวกว้างใหญ่มองเห็นได้จากหน้าต่างเครื่องบิน เหมือนใครทำข้าวสารตกเกลือนอยู่บนพรมสีเขียว มองเห็นใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา ชัดขึ้นเรื่อยๆตามการลดระดับของเครื่องบิน
เมล็ดข้าวสีขาวก็มีขนาดใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น แล้วเปลี่ยนรูปร่างเป็นกลมฟูคล้ายก้อนสำลี และเฮ้ย!!!!เจ้าก้อนสำลีเหล่านั้นมันขยับตัวได้ ขยี้ตาย้ำอีกทีว่าตาไม่ฝาด ปรับโฟกัสสายตาให้ชัดมันคือแกะ แกะ แกะ แกะ ฝูงใหญ่กระจายอยู่ทั่วไปในทุ่งหญ้าข้างสนามบิน ประสบการณ์แรกที่ประทับใจบนฟ้าของนิวซีแลนด์ ภาพที่ยังติดอยู่ในใจไม่มีวันลืม ฉันเห็นแกะฝูงใหญ่ตั้งแต่ยังไม่ย่างเท้าแตะพื้นดิน

โอ!......Newzealand มันเป็นเมืองหลวงของแกะอย่างที่ได้ยินมาจริงๆ

ชักสนุกกับสัมผัสแรกนี้ซะแล้ว รออีกประเดี๋ยวเราจะได้รู้จักกันมากขึ้น

หลังการเดินทางที่ยาวนานกว่า 15 ชั่วโมง ที่เป็นไปด้วยความทุลักทุเล และอ่อนเพลียจากการหยุดแปลี่ยนเครื่องบินในภาวะที่ร่างกายถูกกระชากจากการงีบหลับครึ่งๆกลางๆ 2 ครั้ง คือที่ Sydney และ Auckland เกาะเหนือ และต้องวุ่นวายกับสัมภาระเหมือนกำลังย้ายบ้านของสมาชิก 5 คน ที่ต้องจัดการโหลดและลากออกมาผ่านการ X-Ray แล้ว X-Ray อีกไม่รู้กี่ครั้ง ช่างพร่ำเพรื่อและมึนงงเกินกว่าจะจดจำ ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ต่างก็เป็นประเทศที่เข้มงวดกับการนำพืชผัก หรือสิ่งของชีวภาพผ่านเข้าเมือง เตือนกันให้รู้ขู่กันให้กลัวตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินโดยการฉายผ่านจอโทรทัศน์ ไม่รู้ตื่นตระหนกอะไรกันนักหนา กะอีแค่พริกขี้หนู ปลาร้า ปลาเค็ม ถ้าฉันพกระเบิดในกระเป๋า  หิ้วเดินผ่านเครื่อง X-Ray น่าจะง่ายกว่าการพกส้มสักลูก ปลาร้าสักขวด
แล้วถ้าเจอเจ็คพอต เผลอลืมพกปลาร้าแจ่วบองของโปรดมาด้วย แล้วถูกค้นพบฉันคงต้องเป็นอาชญากรประเภทเด็ดขาดต้องโทษฉกรรณ์ หนังสือพิมพ์ทุกฉบับคงลงข่าวพาดหัวตัวไม้ เนื้อความประมาณว่า

“ ด่วน! เจ้าหน้าที่สนามบินจับปลาร้าได้ จากอาชญากรข้ามชาติ สาวสวยจากเมืองไทย ”

ฉันคิดเหน็บแนมเพราะความหัวเสียและงัวเงียง่วงนอน แล้วก็ขำตัวเองว่าเออช่างคิดได้ !

แวะครั้งที่1 ที่ Sydney Airport ออสเตรเลีย เดินเล่นสำรวจอยู่ภายในสนามบินรอเวลาบินต่อ  ยังทำหน้าสวยสดชื่น สู้กล้องทั้งที่ร่างกาย สลึมสลือเหลือทน เรามีเพื่อนร่วมทางอีกโขลงใหญ่ ขึ้นมาสมทบบนเครื่องเพื่อบินสู่ เมืองโอ๊คแลนด์  นิวซีแลนด์  นี่เพิ่งเริ่มต้น วิบากกรรมยังไม่จบเท่านี้ต้องติดตามกันต่อไป...

แวะครั้งที่2 ที่ Auckland Domestic Airport เกาะเหนือ นิวซีแลนด์   เป็นวิบากกรรมภาคต่อ หลังจากเดินทางถึง Auckland เราต้องเปลี่ยนเครื่งสู่ Christchurch โดยต้องนั่งรถ shuttle bus มาขึ้นที่สนามบินส่วนภายในประเทศ ไหนจะสัมภาระ ไหนจะคนที่กำลังกระปรกกระเปรี้ย สลึมสลือมาเช็คอินอีกครั้ง แล้วรอ สภาพคนที่สนานบินเลยเห็นเป็นเช่นนี้แล...
มาตราการนี้เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งกวนใจนักท่องเที่ยว ที่เดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางซีกโลกใต้นี้ ถ้าเป็นการบินรวดเดียวก็คงไม่จุกจิกเท่าไหร่นัก แต่การต่อเครื่องหลายจุด  แล้วยังต้องเปลี่ยนทั้งเครื่องบินและ สนามบินอีก (บางเมือง สนามบินนานาชาติ กับสนามบินภายในประเทศไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน เช่นที่ โอ๊คแลนด์) เป็นเรื่องไม่สนุกเลยเพราะทุกครั้งที่เครื่องจอดต้องลากสัมภาระออกมาให้หมดแล้วเอามาผ่านการ X-Ray แล้วต้อง X-Ray ใหม่อีกครั้งก่อนโหลดในเที่ยวบินต่อไป  แม้ว่าเที่ยวบินนั้นจะเป็นเครื่องลำเดิมกับที่เราโดยสารมาจากต้นทาง แล้วการลากสัมภาระออกมาสู่จุดพักรอเปลี่ยนเที่ยวบินในสนามบิน หรือจะออกมาจากสนามบินไม่ได้มีด่าน X-Rayเพียงจุดเดียว อาจมี 2-3 จุด และคำถามที่ต้องตอบทุกจุดก็คือ มีผักผลไม้ หรืออาหารข้างในหรือเปล่า
“ช่วยมองหาเคาน์เตอร์ รถเช่า thrifty หน่อยนะ ” ฉันพูดกับสมาชิกให้ช่วยกันทำหูตาเป็นสัปปะรด หลังจากที่ทุกคนผ่าน Immigration ออกมาเป็นที่เรียบร้อยครบถ้วน
จากนี้ไปเราต้องพึ่งพากันและกันและโชคชะตา โดยอาศัยข้อมูลที่สืบเสาะค้นหามาก่อนเดินทางเป็นเบาะแส เพราะการเดินทางในครั้งนี้เรามีเพียงตั๋วเครื่องบินและเอกสารการเช่ารถมาจากเมืองไทยเท่านั้น แต่ด้วยมั่นใจว่าเราช่วยกันทำการบ้านมาดี และมีพระคุ้มครอง จะไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้นเกินแก้ไข
“นั่นไง อยู่นั่น Thrifty ” เจี๊ยบผู้มีความ alert อยู่เป็นนิสัยมองเห็นเคาน์เตอร์ก่อนใครในทันทีที่ลงบันไดเลื่อนมาถึงชั้นล่างของสนามบินส่วนผู้โดยสารขาเข้า

สนามบินไครเชิร์ท ที่จริงก็ไม่ได้ใหญ่โตซับซ้อน ให้ต้องกังวลว่าจะหาอะไรไม่เจอ เคาน์เตอร์รถเช่าเจ้าดัง ไม่ว่าจะเป็น Avis Budget หรือ thrifty ที่เราเช่าก็ตั้งรอให้บริการ อยู่ในจุดสะดุดตา เห็นเด่นชัด เราลากกระเป๋าสัมภาระมารวมกันไว้ที่เก้าอี้นั่งรอยึดเป็นที่มั่นก่อนดำเนินการตามแผนต่อไป

“เดี๋ยวชั้นกับจอย จะเข้าไปติดต่อรับรถที่เคาน์เตอร์รอกันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ”
“ชั้นไปด้วย” ฉันขอมีส่วนร่วม ปล่อยให้เด็กๆ นั่งรออยู่กับสัมภาระ
เพราะเราจัดการเลือกรถและจ่ายค่าเช่ามาก่อนแล้ว จึงแค่เพียงยื่นเอกสารที่ได้รับมาจากตัวแทนในเมืองไทย ให้กับเจ้าหน้าของ Thrifty ที่เคาน์เตอร์ดูรายละเอียดเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลากับการเลือกรถและถามถึงอัตราค่าเช่า หรือรายละเอียดเรื่องอื่นๆอันต้องมีเกี่ยวกับการเช่ารถอีก รถที่เราเช่าไว้เป็นรถ Toyota รุ่น Previa 8 ที่นั่ง ค่าเช่าวันละ 138$ รวมภาษีและค่าประกันภัย ได้ส่วนลด5% เช่ารวม 9 วัน คิดเป็นเงินไทย แล้วจ่ายไปราว 31,000 บาท
ระหว่างเดินไปเคาน์เตอร์ กวาดสายตาสแกนดูโดยรอบก็เห็นป้ายโฆษณาให้บริการรถเช่า ติดให้เห็นอยู่หนาตาหลายบริษัท แต่ละป้ายเน้นแต่ตัวเลขค่าเช่าที่ถูกเหลือเชื่อ กระตุกต่อมตื่นเต้นและงกได้น่าสนใจ ราคาค่าเช่าที่เขียนไว้ตัวโตๆล่อตาให้ตกหลุมพราง   ต่ำที่สุดที่ฉันประมวลได้ในสายตา แค่วันละ 20$ เท่านั้น แต่จะเป็นรถประเภทไหนอย่างไร ราคารวมหรือไม่รวมอะไรบ้างมีเงื่อนไขอะไรบ้างไม่ได้ระบุเอาไว้เลย 
ข้อมูลเกี่ยวกับรถเช่าที่ฉันค้นหามา  มีรายละเอียดมากมาย อาทิเช่น นอกจากค่าเช่าจะขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อ รุ่น และประเภทของรถแล้ว ยังขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่เช่าด้วย  ค่าเช่ารายวัน  ค่าเช่า 1 อาทิตย์ กับค่าเช่ารายเดือน จะแตกต่างกันอย่างก้าวกระโดด แน่นอนว่าค่าเช่ารายเดือนถ้าเฉลี่ยออกมาเป็นรายวันแล้ว จะถูกกว่าการเช่าวันเดียวอย่างฟ้ากับเหวเลย  และที่สำคัญจะต้องมีค่าภาษีและค่าประกันที่ต้องจ่ายเป็นเงินก้อนโตอีกต่างหาก เห็นไหมของถูกและดีไม่มีในโลกหรอก
ขั้นตอนการรับรถไม่ยุ่งยากปวดหัว    แต่ที่ปวดหัวและมึนกว่าคือการปรับจูนสมองซีกขวา   ให้เข้าใจกับภาษาอังกฤษสำเนียงออสซี่ ของหนุ่มที่เคาน์เตอร์ต่างหาก  โถ!ลำพังสำเนียงหนังฮอลีวู๊ดที่คุ้นหูในจอทีวียัง งูๆ ปลาๆเลย  มาเจอสำเนียงเอกลักษณ์แบบนี้ก็มึนกับบ้างล่ะ
จากคำทักทาย "Hello" แล้วก็.....bra bra bra bra สรุปเหตุการณ์ ณ หน้าเคาน์เตอร์รถเช่าได้คือ พอเรายื่นเอกสารให้ หนุ่ม ออสซี่ ผอมสูงผิวเผือกเจ้าหน้าที่ของThrifty พิจารณาแล้ว ก็ได้รับเอกสารให้กรอกที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ในเมืองไทย เพื่อแสดงตัวตนและแห่งหน รถเค้าราคาเป็นล้านแค่เพียงส่งยิ้มหวาน Say Hello แล้วรับกุญแจไปคงจะง่ายเกินไปล่ะนะ  ขั้นตอนสำคัญกว่าต่อมาคือต้องรูด Credit card ไว้เป็นการประกันค่าเสียหาย อันจะเกิดขึ้นเกินความรับผิดชอบของค่าประกันที่ได้จ่ายไป อาทิเช่น สาวๆหน้าตาน่าคบกลุ่มนี้เกิดขับรถไปชนน้องแกะ  แล้วเกิดรอยบู้บึ้มีมลทินต่อตัวรถ ติต่างว่าค่าประกันประกันซ่อมให้แค่ 2แผล แต่สาวซุ่มซ่ามชนแกะมาเป็นฝูง ค่าซ่อมส่วนที่เกินก็ต้องตัดจากบัตรนี่ล่ะ สมมุตินี้อาจสยองและน่าสงสารน้องแกะ แต่จริงๆแล้วแกะทุกตัวในนิวซีแลนด์ปลอดภัยดี จากพวกเรานะสาบานได้
ขั้นตอนนี้นำมาสู่ขั้นตอนที่สาม คือการรับเอกสารระบุรูปพรรณของรถ เป็นรูปโครงคร่าวๆ แสดงพื้นที่ตัวถังทั้ง 4 ด้าน มีกากบาทแสดงรอยตำหนิ ณ ปัจจุบันของรถ เช่นรถของเรา  ชายหนุ่มขีดรอยกากบาทไว้ที่ประตูหลังด้านซ้าย แล้วบอกว่า รถคันนี้เดิมมีรอยขูดเท่าแมวข่วนอยู่ตรงนี้นะครับ ช่วยเซ็นต์ชื่อรับทราบให้ผมหน่อย  แล้วเดี๋ยวถ้าเดินไปดูรถแล้วมันไม่ถูกต้องตรงกันให้กลับมาแจ้ง  ผมจะแก้ไขข้อมูลให้ใหม่ นั่นหมายความว่าถ้าเข้าใจได้ถูกต้องตรงกันแล้วเกิดมีรอยชนน้องแกะ หรือรอยไปถากเฉือนอะไรมา มันย่อมต้องเกิดจากการกระทำของพี่แหงๆ ห้ามมั่วนิ่ม อะไรประมาณนี้
พวกเราก็พยักหน้าหงึกๆยอมรับพร้อมกับรับเอกสารมาถือไว้ แล้วพนักงานก็ขอใบขับขี่สากลของเราไปลงทะเบียนก่อนว่ารถคันนี้ใครจะเป็นคนขับ ถ้าขับกันได้หลายคน (ต้องมีใบขับขี่สากลทุกคน) ก็ใช้แค่ของคนขับหลักลงทะเบียนคนเดียว เอาล่ะทีนี้เป็นอันเสร็จพิธีจริงๆ  รับเอกสารทั้งหมดพร้อมกุญแจและแผนที่แผ่นใหญ่ ล่ำลาแล้วออกมาตรวจเช็ครถที่ลานจอดหน้าอาคารผู้โดยสารได้เลย
(ใบขับขี่สากลต้องทำมาให้เรียบร้อยจากเมืองไทย ก็ทำที่เดียวกับที่เราทำใบขับขี่ธรรมดานั่นแหละ มอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทนได้  เสียค่าธรรมเนียม 500 กว่าบาท มีอายุ 1 ปี)
ที่จอดรถเช่าของสนามบินถูกจัดโซนไว้อย่างดี  มีป้ายชัดเจนแบ่งเป็นบริเวณของแต่ละบริษัท รถของเราจอดรออยู่แล้ว สภาพดีเยี่ยมเกินคาดหมาย ใหม่เอี่ยมสีบรอนส์ทอง งามเก๋เป็นศิริมงคล สะอาดใสปิ๊ง ถูกต้องตรงกันกับเอกสารทุกอย่าง สอบถามข้อมูลเรื่องการเติมน้ำมันให้เรียบร้อยก่อนเป็นเบื้องต้นมาแล้ว จะได้ไม่ต้องไปควานหาเอาจากคู่มือประจำรถ รถของเราเดิมน้ำมันเบนซิน 91 ราคาวันนี้จากป้ายของปั๊มน้ำมันอยู่ที่ลิตรละ 1.283$

รถพร้อม คนพร้อม แต่ยังไม่รู้จะขับไปจอดที่ไหน เพราะเรายังขาดที่ซุกหัวนอนคืนนี้อยู่ พากันเดินกลับเข้าไปในอาคารผู้โดยสารอันเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญเพื่อตั้งหลักกันอีกครั้งหนึ่ง

 

คราวนี้ฉันกับจอยเป็นผู้รับภาระนี้ เราแยกย้ายกันออกไปเลือก Brochure ของที่พักประเภท B&B  Guest House หรือ Motel ที่หน้าตาดูดีน่าสนใจและอยู่ในย่านเมือง มา 4-5 ใบ จาก ศูนย์บริการข้อมูลสำหรับท่องเที่ยว ที่จัดไว้อย่างดีและกว้างขวางในสนามบิน แล้วก็ไปโทรศัพท์ถามข้อมูลตาม Brochure จากตู้โทรศัพท์ โทรฟรีไม่เสียตังค์ถ้าเราโทรตามเบอร์ใน Brochure ที่ระบุว่าเป็นเบอร์โทรฟรี  เป็นเรื่องน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับฉันที่ประเทศนี้มีระบบจัดการบริการนักท่องเที่ยวได้อย่างดีเยี่ยม  อย่างเรื่องเบอร์โทรศัพท์โทรฟรีนี้ ไม่รู้เค้าบริหารจัดการค่าใช้จ่ายกันอย่างไร แต่ก็เป็นแบบอย่างที่ผู้มีหน้าที่หรือกิจการอันเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในบ้านเราน่าจะเก็บไปคิด

 

(เบอร์โทรฟรีของที่พักต่างๆ นอกจากโทรได้จากตู้สาธารณะในสนามบินแล้ว ยังมีจุดที่โทรฟรีที่จัดไว้พร้อมแผงโฆษณาขนาดใหญ่ที่มีภาพและข้อความของที่พักเยอะแยะมากมาย ระบุเบอร์ให้โทรได้เลยจากเครื่องโทรศัพท์ที่จัดไว้หลายเครื่องตรงเคาน์เตอร์ที่ป้ายตั้งอยู่ บริการซะขนาดนี้มีหรือที่จะหาที่พักไม่ได้ )

 

แหล่งข้อมูลตัวช่วยสำคัญ ในการขับรถเที่ยวนิวซีแลนด์   เคาน์เตอร์นี้อยู่ที่ สนามบินไครเชิร์ท เอกสารทุกอย่างที่โชว์ หยิบฟรี!! และสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ได้เต็มที่ i-site แบบนี้มีอยู่ทั่วไปในเส้นทางที่เราขับรถผ่าน แม้แต่ในร้านกาแฟเล็กๆก็ยังมี ผ่านเมืองไหนให้แวะหยิบเพราะจะมีข้อมูลเฉพาะ เช่น แผนที่ ที่กิน ที่พัก ข้อมูลเฉพาะของแต่ละเมืองด้วย
แล้วเราก็ได้ตัวเลือกที่คิดว่าดีที่สุด เหมาะกับคณะของเรา 2-3 Motel  ที่พักสำหรับ 5 ชีวิต อยู่ในทำเลที่เหมาะ และประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน  ในสนนราคาต่อคืนที่เราต่อรองถึงที่สุดทุกแห่ง อยู่ที่ราคาราว 160-200$ ว่าแล้วก็ถึงเวลาเริ่มต้นการเดินทางจริงๆเสียที  ทุกคนขยับตัวพร้อมแล้วที่จะไปเผชิญกับชะตาที่ช่วยกันลิขิต
เข้าประจำที่ในรถ ตามตำแหน่งที่เหมาะกับหน้าที่ของแต่ละคน เจี๊ยบเป็นโชเฟอร์ ฉันเป็นผู้ถือแผนที่และข้อมูลนำทางนั่งอยู่ส่วนหน้า  จอย จ๊อบและแจน  นั่งเบาะหลัง ยกให้ที่นั่งอีกตอนและท้ายรถเป็นที่วางสัมภาระเป็นกระเป๋าใบเขื่อง 6 ใบ

Go Go Go !......Get to Start

คนที่ตื่นระทึกที่สุดในเวลานี้เห็นจะไม่พ้นโชว์เฟอร์สาวของเรา ก็เพิ่งจะมาเหยีบสนามบินไครท์เชิร์ท และเมืองไครท์เชิร์ทเป็นครั้งแรกในชีวิตวันนี้นี่แหละ  ตัวช่วยก็เป็น 4 ชีวิตที่เคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกเช่นกัน (ช่วยได้เยอะเลย) ช่วยกันมองป้ายซ้ายขวา ขับวนอยู่ 2 รอบ แล้วก็ ไชโย! เราเจอทางออกจากสนามบินแล้ว !
ประสาทของฉันตึงเครียดอยู่ตลอดเวลานับแต่เราเคลื่อนที่ออกจากสนามบิน  เพราะต้องเป็นผู้ถือแผนที่นำทาง ถนนสายที่เราหลุดออกมาจากสนามบิน คือ Memorial Av. จากนั้นฉันบอกให้เจี๊ยบจับเส้นทาง ถนนเข้าเมือง Fendalton Rd. และให้ทุกคนช่วยกันมองป้ายด้วยเพื่อช่วยโชว์เฟอร์ของเรา  ข้อมูลมากมายที่ฉันเลือกหยิบมาจากศูนย์ข้อมูล ทั้งแผ่นพับ แผนที่และคู่มือท่องเที่ยวเล่มเล็กใหญ่ เป็นข้อมูลในเส้นทางทีเราจะเดินทางกันในทริปนี้เกือบทั้งหมด แต่ขณะนี้ข้อมูลของเมืองไคร์ทเชิร์ท ถูกฉันแยกออกมาเป็นพระเอกและที่ถืออยู่ในมือคือแผนที่ส่วนขยายของย่านใจกลางเมือง
รถราเริ่มหนาตาแต่ก็ไม่ถึงกับคับคั่งเมื่อเราเข้ามาสู่ในเมือง คลำทางเข้ามาถึงสวนสาธารณะ Hagley Park ทางทิศเหนือ อันเป็นจุดสังเกตุสำคัญที่ได้รับคำอธิบายทางสายโทรศัพท์ ถึงทางที่จะมา Tudor Court Motel อันเป็นโมเตลที่ให้ราคาถูกที่สุดในบรรดาที่พัก 2-3 แห่งที่เราได้เลือกไว้



"โน่นไงตรงแยกข้างหน้า Bealey Avenue "
ฉันชี้บอกเจี๊ยบเพราะโมเตลอยู่บนถนนสายนี้ โล่งใจที่เรามาได้ถูกทางเก่งจริงๆนะ


รถจอดเรียบร้อยเป็นที่ทางบนลานจอด เราพากันลงมายืนออกันอยู่หน้าออฟฟิตเล็กๆ ที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน กดกริ่งเรียกแป๊บเดียวคุณป้าเจ้าของโมเตลท่าทางใจดีก็ออกมาต้อนรับ  และพาชมห้องหับ

ทันทีที่ได้เห็นห้องพักเพียงแค่สบตากันเราต่างก็ตกลงเป็นเอกฉันท์แล้วว่าเรารักที่นี่แล้วล่ะ  ห้องที่เราเลือกเป็น แบบยูนิต มี 2 ห้องนอน เป็นห้อง 2 เตียง และห้อง 1 เตียง King size 1 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น  มีเคาน์เตอร์ครัวส่วนสำหรับประกอบอาหาร  ซิงค์ล้างจาน ถ้วยชาม หม้อ กระทะ กาต้มน้ำร้อน ชา กาแฟ และอื่นๆ ที่พร้อมยิ่งกว่าครัวที่บ้านเสียอีก  และที่สำคัญมี Heater และผ้าห่มไฟฟ้าทุกห้อง อนุญาตให้เราพักได้ 5 คน ในสนนราคาสุดท้ายที่ต่อรองได้ 140$ ถูกกว่าที่คุยไว้ทางโทรศัพท์ตั้ง 20$



" It's big enough for you ? "

" Yes yes yes !!!! " ... ho ho ....ทำไมจะใหญ่ไม่พอล่ะ



ตกลงเราก็เลยไม่ต้องไปดูที่อื่นอีกให้เสียเวลา  และยังคิดเผื่อว่าจะกลับมาพักที่นี่ในอีก 5-6 วันข้างหน้าเพราะเราจะย้อนกลับมาเที่ยวชมเมืองไคร์ทเชิร์ท 2 วันเป็นการปิดท้ายรายการ

ว่าแล้วเราก็พากันเดินออกไป หาอะไรกินเป็น อาหารเย็น สบายใจ ไทยแลนด์ เดินวนๆ อยู่ในละแวกที่พักอยู่ 2 รอบ จนเริ่มตาลายเพราะหิว ที่สุดเราก็เลือกร้านยอดฮิต สะดุดตาสุดๆ ก็ Burger King ไงล่ะ ร้านแต่งเก๋ไก๋ สไตล์แอลวิส Burger อย่างธรรมดาที่สุด อันละ 8.25 $ (250 บาท) ยังช็อคอยู่กับราคาของมัน  นี่ถ้ากินกระดาษห่อมันได้ฉันก็คงกินไปแล้วเพื่อให้คุ้มกับที่จ่ายไป รู้อย่างนี้กิน มา ม่า เหยาะน้ำปลาที่ผ่าน ต.ม. เข้ามาได้ดีกว่า

(น้ำปลาที่ว่าผ่านเข้ามาได้เพราะเรานำแบบซองที่ซีนอย่างดีจากโรงงานเหมือนที่มีแจกบนเครื่องบิน  รวมถึงพวกบะหมี่สำเร็จรูปที่ยังอยู่ในเพ็คห่อ ยืนยันว่านำเข้าได้เพราะเรานำของพวกนี้เข้าช่อง ของต้องสำแดงให้เจ้าหน้าที่สนามบินเช็คเพื่อความแน่ใจ และก็ผ่านมาเรียบร้อยสบายใจไม่ต้องมาลุ้นให้ระทึก)

จบภาระกิจ ลดปัญหาหน้ามืดตาลาย ก็ได้ สติสัมปชัญญะกลับคืนมา พากันเดินกลับไป motel แล้วขับรถออกไปหา Super Market ในละแวกนั้น เพื่อหาซื้อเสบียงเตรียมตัวพร้อมขั้นสำคัญสำหรับการเดินทางระหกระเหินไปในอีกหลายวันข้างหน้า อาศัยถามทางคุณป้า เจ้าของ Motel (ใช้ประโยชน์แกซะให้คุ้มค่าเช่า) เราก็คลำทางจนเจอ New world Super Market เข้าไปหาซื้อของจำพวก ข้าวสาร ไข่ ขนมปัง กาแฟ ครีมเทียม น้ำตาล ผลไม้สด

ที่นี่ฉันเจอลูกกีวีสด ราคากิโลละ 1.9$ สดตึงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน  ในขณะที่บ้านเราผลเหี่ยวๆ ก็ลูกละ 20-30 บาทแล้ว อย่างนี้ใครจะอดใจไหวเลยซื้อมากินซะครึ่งกิโล ตั้งครึ่งกิโลโอ้โฮ อย่าแปลกใจก็แค่ซื้อมาล้างปากมื้อเดียวก่อน คาดว่าในเส้นทางข้างหน้าคงจะมีอีกเยอะ เอาไว้ก่อนกลับบ้านค่อยหอบซื้อเป็นยายบ้าหอบฟาง กินกันให้หน้าเขียวเป็นลูกกีวีไปเลย และเจ้ากีวีนี่แหละเป็นผลไม้ยอดฮิตติดชาร์ทคู่กับแอปเปิ้ลที่เรากินมันมาตลอดทริปนี้

ส่วนราคาของอย่างอื่นมันไม่ถูกอย่างกีวี  จ่ายเงินคิดเป็นเงินไทยไปเกือบ 3,000 บาทได้ของมา 2-3 ถุง   อดคิดเทียบกลับไปไม่ได้ว่าในราคาเท่านี้ ถ้าซื้อในซุปเปอร์มาเก็ต ที่เมืองไทย คงได้ของกลับบ้านเต็มรถเข็น เข็นกันหลังแอ่น ยังปรับความคิดเรื่องค่าครองชีพที่ต่างกันไม่ได้ เห็นอะไร จ่ายอะไรก็เป็นอดเปรียบเทียบกลับไปเป็นราคาที่เมืองไทยไม่ได้

แต่เอาเถอะในอีก 2 วันข้างหน้าเราก็จะประหยัดรายจ่ายเรื่องอาหารไปได้อีกมากโข  เพราะเราจะทำอาหารกินกันเอง  เป็นส่วนใหญ่เท่าทีโอกาสจะอำนวย และก็คงไม่พ้นประเภท บะหมี่ต้ม บะหมี่ผัด ใส่ผักใส่เนื้อตามแต่จะหาได้ในถิ่นที่จะไปพัก  สลับกับข้าวไข่เจียวกระมัง  ไม่ให้เสียแรงที่คุณนายเจี๊ยบหอบหม้อหุงข้าวใบเล็กมาจาก กทม. มันบุบนิดหน่อย เพราะเจอพี่ๆ สายการบิน เค้าโยนกระเป๋า x-ray เข้า x-ray ออกกันหลายรอบ เธอเป็นแม่บ้านประเภทเปลก็ไกวดาบก็แกว่งแข็งทุกเรื่อง ฉายาคุณนายเฟอเฟ็ค โดเรมี่ประจำบ้าน และทริปนี้เธอก็จัดการทุกอย่างหอบหิ้วมาจากเมืองไทยได้เพียบพร้อม  น่ามอบถ้วยเชิดชูใจ ให้จริงๆ เป็นคำชมจากใจของพี่สาวนะเนี่ย

อ้อ! เครื่องปรุงบรรดามี เราเก็บมาจากบนเครื่องบินอีกเพียบ เสริฟ กันกี่มื้อเก็บมันเรียบทั้งห่อ ทั้งพริกไทย เกลือ น้ำตาล coffee mate แถมขอ ketchup เพิ่มอีกต่างหากไม่เท่าไหร่เลยนะเนี่ยสาวๆตระกูลนี้  โถ!ก็แค่ฮาเฮ ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าไม่ใช่เหลือทิ้งขว้างให้เป็นขยะ อย่าทำเป็นดูแคลนไปเชียว ของเล็กน้อยเหล่านี้มันช่วยให้ชีวิตง่ายและมีความสุขมากขึ้น ในการเดินทางไปต่างบ้านต่างเมือง ต่างเมืองอย่างที่เข้าคิวซื้อเบอร์เกอร์แสนแพงแล้วยังต้องซื้อ ketchup ซองน้อยอีก 1$  บริการให้ทุกระดับประทับใจไม่มีที่ไหนในโลกเหมือนเมืองไทยหรอกจ้า!!!

วันที่ยาวนานกำลังจะผ่านพ้นไป ค่ำคืนนี้แม้อากาศจะเย็นเยือก แต่ภายในอาคารเราอบอุ่นด้วยฮีตเตอร์และหลับปุ๋ยอุ่นสบายภายใต้ผ้าห่มไฟฟ้าผืนใหญ่เติมพลังเรี่ยวแรงไว้เพื่อพรุ่งนี้เราจะตื่นขึ้นมา

 Say Hello Newzealand !

 

 FB ขับรถเที่่ยวนิวซีแลนด์




Series....เที่ยวนิวซีแลนด์

Newzealand Route Drive
ขับรถเที่ยว นิวซีแลนด์....ตอน แกะๆๆ สุดขอบฟ้า กับอนุสาวรีย์หมาเลี้ยงแกะ
ขับรถเที่ยวนิวซีแลนด์ -ตอน ปล่อยไก่ที่ Mt.Cook แล้วมุ่งสู่ Queentown article
ขับรถเที่ยว นิวซีแลนด์..... ตอน Kawarau สายน้ำแห่งความเร้าใจ



[1]

Opinion No. 4 (144102)

 จะไป ช่วงสงกรานต์นี้ 2014 ,มีอะไรช่วยแนะนำด้วย ครับ

By surachai Date 2013-12-12 10:07:24


Opinion No. 3 (143742)
สนใจไปเที่ยวครับกรุณาโทรกลับ0870278434แจ๊คมครับไปประมาณ7คน
By แจ็ค (Jack-at-rapala-thailand-dot-com)Date 2013-10-16 09:15:11


Opinion No. 2 (139362)

บังเอิญมาเจอเวป แต่อยากบอกว่า น่ารักมาก ให้ข้อมูลสำหรับคนอยากเดินทางได้ดีค่ะ

กำลังนึกถึงแก๊งก๊วนอยู่ อยากเดินทางแบบ ครอบครัว "จ" บ้าง

ขอบคุณนะคะ

By kan (chonlada1972-at-hotmail-dot-com)Date 2011-08-19 14:16:29


Opinion No. 1 (138348)
กำลังจะไปเหมือนกันขอบคุณเรื่องเล่านะคะทำให้รู้เรยว่าเราต้องเตรียมตัวอีกเยอะเลย พวกคุณเจ๋งมาก จากใจ
By กาก้า Date 2011-05-07 21:39:30



[1]


Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail *
Don't Display E-mail


Copyright © 2010 All Rights Reserved.

counter on iweb

Your visit