ReadyPlanet.com
dot
dot
Newsletter

dot
dot
dot
bulletเที่ยวนิวซีแลนด์
bulletเที่ยวเนปาล


web bord
เรื่องราว หน้าบ้าน
เพลง เพลินๆ
สารคดื เรื่องสั้น
hspace=0

เที่ยวศิลปวัฒนธรรม

เที่ยวเมืองไทย

Angkor variety...เที่ยวนครวัด

โปรแจ๊ค...เชียงใหม่กอล์ฟเซอร์วิส

hotel deals in christchurch hotel deals in christchurch Submit Commission Structure Reminder (Monthly Basis) Number of Departures Booking Commission Percentage (BCP) + Cost Per Click (CPC) 1-15 4% $0.10 16-49 4.5% (after the first 15 checkouts) $0.10 50-99 5% (after the first 49 checkouts) $0.10 100-199 6% (after the first 99 checkouts) $0.10 200-999 7% (after the first 199 checkouts) $0.10 1000+ 8% (after the first 999 checkouts) $0.10


ขับรถเที่ยว นิวซีแลนด์....ตอน แกะๆๆ สุดขอบฟ้า กับอนุสาวรีย์หมาเลี้ยงแกะ

  FB ขับรถเที่่ยวนิวซีแลนด์

 

 

 

 

หฤทัย บุญวงศ์โสภณ.....เรื่อง-ภาพ

 

ขับรถเที่ยวนิวซีแลนด์.....ตอน  แกะๆๆ สุดขอบฟ้า กับอนุสาวรีย์หมาเลี้ยงแกะ [Tekapo Lake]

 

แต่คำว่า ตั้งเยอะของฉันมันยังน้อยนักเมื่อเห็นว่าเมื่อ ฝูงแกะเดินผ่านสะพานที่เป็นเหมือนคอขวดแล้วกระจาย ทะลักล้น เดินใกล้เข้ามา  จำนวนมันต้องใช้คำว่า "มหาศาล" "มหึมา" หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันหมายถึง เยอะม๊ากกกก !!!!!!!

 

 

 

 

 

 

.............. morning Christchurch

พลพรรคตื่นกันแต่เช้า รีบเร่งจัดการภารกิจอันพึงรับผิดชอบของแต่ละคน และช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทำอาหารเช้าอันประกอบไปด้วย  ข้าว ไข่เจียว ผัดกะหล่ำใส่เบคอน และเตรียมเสบียงสำหรับมื้อกลางวัน อันได้แก่ มาม่าผัดไข่ เป็นหลัก ส่วนที่เป็นรองก็เห็นจะเป็น  อาหารที่เหลือจากมื้อเช้านี่แหละ ข้าวในหม้อใบน้อยก็ยกกันไปทั้งหม้อเลย เป็นอันรับประกันได้ว่า วันแรกของการ ระหก ระเหิน เราจะปลอดจากภัยหิวข้าว (เออ...ชื่อภัยนี้แปลกๆดีเพิ่งบัญญัติได้เดี๋ยวนี้เอง)

แล้วก็ได้เวลาฤกษ์งาม หลังจากเก็บล้างข้าวของ จัดเข้าที่ทางเป็นที่เรียบร้อย เราก็พากันออกมาขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากคุณป้าแสนดี เจ้าของ Motel ถึงเส้นทางที่ฉันซึ่งเป็นผู้นำทางแสนชำนาญการ ได้จัดทำกับจอย(ที่ถูกตั้งให้เป็นผู้ช่วยแบบตกกระไดพลอยโจน)ไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

เส้นทางนี้จะออกจาก Christchurch ไปทิศทางทิศตะวันตกแต่ที่ต้องขอคำแนะนำให้มั่นใจ ก็เป็นหนทางที่เราจะออกไปนอกเมืองให้ตรงกับในแผนนั่นแหละ  พร้อมกันนี้ก่อนจากลาก็ได้ขอจองห้องเช่าต่อในอีก 5 วันข้างหน้าที่เราจะวกกลับมาตะลุย Christchurch กันอีก 2 วันปิดท้ายรายการก่อนกลับเมืองไทย

ออกตัวกันต้วมเตี้ยม เตาะแตะ เป็นการชิมลางกับประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ชมบ้านชมเมืองผสมความเครียดเล็กๆ  ฉันไม่ละสายตาจากถนน และแผนที่ กวาดสายตาเป็นเรดาห์  ความเป็นไปใดๆที่แม้จะดูแปลกตา  ยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจฉันได้ ณ สถานะการตอนนี้

แผนการเดินทางของเราในวันนี้ เราจะขับผ่านทุ่งหญ้า Canterbury ผ่าน Darfield สู่ Glentunnel Mouth hutt และปลายทางคือ ทะเลสาป Takapo ที่เลื่องชื่อ ได้ยินมาช้านาน และวางแผนที่จะพักค้างคืนกันที่นี่ด้วย

เราพากันออกมาจนถึงชานเมืองและกำลังจะเข้าสู่เส้นทาง หมายเลข 72 อันเป็นเส้นทางท่องเที่ยวหลัก [inland scenic Route 72] ยิ่งห่างใจกลางเมืองออกมา ความสับสนของเส้นทางมันก็น้อยลง แต่ป้ายบอกทางก็ดูเหมือนจะน้อยลงตามไปด้วย จนขณะนี้เราหลุดผ่านบ้านเรือน มาจนเข้าสู่ถนนโล่งๆ แล้วก็ถูกทดสอบด้วย อุปสรรคเล็กๆ กับทาง 2 แพร่งแต่ไม่มีป้ายบอกเลยว่าจะ มันจะนำเราไปสู่ที่ไหน

"เดี๋ยวๆ แยกข้างหน้า มันไม่มีป้ายบอกเลยว่าไปไหน เราต้องจับทางไปเข้าถนนสาย 72 " ฉันบอกสมาชิก

"โน่นข้างหน้ามีคนงานทำทางอยู่เราจอดรถแล้วไปถามทางเค้าดีกว่า"

สงสัยเพราะกำลังมีการปรับปรุงอะไรสักอย่างกับถนนนี้กระมัง ป้ายบอกทางมันจึงหายไป แล้วจอยก็เป็นผู้ถูกส่งไป  เป็นผู้ปฎิบัติภาระกิจนี้

เธอมีสีหน้าจริงจังเล็กน้อยขณะถือแผนที่ลงไปถามข้อมูล เลยพลอยสงสัยว่าเธอกลัวชายแปลกหน้า หรือเพราะงงๆ กับแผนที่กันแน่หว่า แต่สุดท้ายก็ได้ความกลับมา ชี้ทาง สว่างให้กับเราจนได้

"เค้าบอกให้ไปทางนี้ดีกว่า"
เธอบอกพร้อมกับชี้มือไปที่ทางแยกด้านขวามือ

ท่าทางคนถามทาง และคนบอกทางจะ งง งง พอกัน !!!!!

หลุดจากทางแยกเจ้าปัญหาออกมา ถนนเส้นนี้มันก็มีแต่ตรงกับตรงมุ่งไปข้างหน้า อย่างเดียว ถนนสายตรงที่พลันจะสงบเงียบเหมือนร้างไร้ผู้คน นำเราผ่านทุ่งหญ้าเขียว สลับกับภูเขาหญ้า ที่ล้วนแต่เต็มไปด้วยแกะในแทบจะทุกหย่อมหญ้า

สองข้างทางเราเพลินไปกับความเขียวของทุ่งหญ้าหญ้า สลับกับต้นสน บางช่วงที่หนทางมีเลาะเลียบริมธารที่ขนานไปกับภูเขาสูง เมื่อต้องข้ามสะพานเราก็มีเรื่องให้แปลกใจ ที่จู่ๆถนนที่เราวิ่งอยู่มันถูกบีบแคบให้เหลือผิวจราจรเพียงเลนเดียวบนสะพาน

หมายความว่ารถจะผ่านได้ทีละคัน ดังนั้นจึงต้องมีการจอดให้ทางถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน  ให้อีกคันได้ผ่านไปก่อน ซึ่งก็ไม่มีปัญหา  วิวก็สวย รถก็น้อย อากาศก็เย็น แบบนี้ก็ยิ้มได้มีความสุข แต่นึกไม่ออกจริงๆว่า ถ้ามันเป็นแบบนี้ในกรุงเทพฯ เมืองฟ้า มันจะเกิดอะไรขึ้น

 



"แกะ ๆ ๆ ๆ .....และ แกะ " มากมายเกินพรรณา

แรกเห็น เราก็ตื่นตาชวนกันชม แต่เมื่อผ่านไปสักระยะ ความรู้สึกก็เปลี่ยนไปเป็นธรรมดาซะแล้ว เพราะมันมากมายจนเอียนเนินเขาสีเขียว และทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ อันกว้างไกล จนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดนี้ ล้วนมีฝูงแกะกระจายเกลื่อนอยู่ทั่วไป

แล้วชะตาก็บันดาลให้เราก็ได้พบเจอใกล้ชิดบรรดาน้องแกะฝูงยักษ์เป็น ความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตที่เดียวเชียว

"ชั้นว่าเราต้องจอดรถริมทางก่อนแล้วล่ะ" เจี๊ยบบอกสมาชิกเมื่อเห็น รถบรรทุกเล็กเปิดสัญญาณไฟแวปๆ บนหลังคา เล่นขอทางมาช้าๆบนสะพานแคบที่รถผ่านได้ทีละคัน  ปกติเมื่อเจอสะพานเราก็ต้องหยุดอยู่แล้วเพื่อให้ทางกัน แต่การขอทางแบบนี้ย่อมไม่ธรรมดาแน่ฉันคิด


เจี๊ยบจอดรถนิ่งอยู่ข้างทางห่างจากสะพานพอควรเพื่อรอดูเหตุการณ์

"เฮ้ย! มีแกะเดินตามมาตั้งเยอะ" ฉันอุทานเมื่อเห็นว่าที่จริงแล้ว  รถบรรทุกขับนำหน้าอะไรมา

แต่คำว่า ตั้งเยอะของฉันมันยังน้อยนักเมื่อเห็นว่าเมื่อ ฝูงแกะเดินผ่านสะพานที่เป็นเหมือนคอขวดแล้วกระจายทะลัก เดินใกล้เข้ามา  จำนวนมันต้องใช้คำว่า "มหาศาล" "มหึมา" หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันหมายถึง เยอะม๊ากกกก ฝูงใหญ่ม๊ากกกกก!!!!!!!!  ต้องออกเสียงกว้างๆหนักๆด้วยถึงจะบรรยายภาพฝูงแกะที่ฉันเห็นอยู่บนถนนข้างหน้า  ต่อหน้าต่อตาที่ตอนนี้โตเป็นไข่ห่าน

 

รถนำขบวนผ่านไปสักระยะแล้ว แต่บรรดาแกะกลับไม่มี่ท่าทีว่าจะหมดสิ้นถึงท้ายขบวน........

"อย่าลงไปจากรถนะ เดี๋ยวก็จะเจอปรากฎการ แกะแอทเทร็ก" จ๊อปบอกเตือนสมาชิกด้วยกลัวว่าจะถูกแกะเหยียบจมธรณี

โดยเฉพาะฉันที่ลืมทุกสิ่งและมุ่งแต่จะเก็บภาพเหล่านี้ไว้เกือบจะทุกความเคลื่อนไหว มือกดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปเป็นระวิง รำๆจะเปิดประตูรถออกไปถ่ายรูปกันให้ชิดใกล้กว่านี้ ดีว่านายจ๊อปเตือนสติกันไว้ก่อน

กลิ่นของน้องแกะที่โชยมากระชากใจ ก็สุดจะทนทานจริงๆ  มันสาบได้ที่เชียวล่ะ แหมก็ใกล้ชิดกันซะขนาดนั้น  แกะบางตัวก็แตกฝูงเฉมาเล็มหญ้าอยู่ข้างรถ   จนเจ้าหมาน้อยเลี้ยงแกะต้องมาคอยไล่ให้เดิน  อ๋อ หมาเลี้ยงแกะเค้าทำงานกันอย่างนี้นี่เอง



เวลาผ่านไปราว 10 นาทีเราจึงได้เห็นรถกะบะ เปิดสัญญาณไฟแวปๆ  พร้อมกับน้องหมาเลี้ยงแกะ  ที่ต้อนแกะปิดท้ายขบวน เป็นอันว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เราได้สัมผัส  น้องแกะอย่างใกล้ชิด ทั้งรูปและกลิ่น ส่วนสัมผัสรสคงต้องหาจังหวะเหมาะๆข้างหน้าในภัตตาคาร ฮา ตลกแต่ไม่ขำ

ฝูงแกะผ่านไปแล้ว แต่ใจฉันยังไม่ผ่านเลย ยังคิดคร่าวๆประเมินจำนวนแกะจากการกะด้วยสายตา ฉันว่าวันนี้ฉันอยู่ในวงล้อมของแกะหลายพันตัวเชียวแหละ แล้วยังทึ่งต่อไปว่า กำลังของพลพรรคที่ต้อนแกะมีเพียง คนขับรถ 2 คน กับรถ 2 คัน และน้องหมาอีกแค่ 2-3 ตัว เค้าทำได้ไงเนี่ย (แล้วตลอดการเดินทางในทริปนี้ เราก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้อีกเลย นับว่าเป็นโชคของเราจริงๆที่ได้มีโอกาสได้เห็นและจดจำมันได้ถึงวันนี้)

ตื่นเต้นกับกองทัพแกะแล้ว  เราก็ยังมองเห็น แกะ แกะ แกะ ทั่วไปทุกหย่อมหญ้า ทั้งเชิงเขา บนเขา มองลิปๆเหมือนเม็ดถั่ว ถูกหว่านกระจายเกลื่อนอยู่ ทั่วภูเขา แกะทุกตัวยุ่งอยู่กับการแทะเล็มหญ้า ทุกตัวเหมือนจะไม่ว่าง เงยหัวขึ้นมาทักทายกับใคร

เพราะอย่างนี้กระมัง ทุ่งหญ้าเลี้ยงแกะจึงต้องมีขนาดกว้างใหญ่ไพศาล สังเกตุได้ว่ามีการล้อมรั้ว กันพื้นที่ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นแปลงๆ คงมีการสลับหมุนเวียน ปล่อยให้แกะเข้ามากินหญ้าในแปลง และบำรุงดูแลให้หญ้าโต

ชาวฟาร์มใช้เทคโนโลยี่ และวิธีการทันสมัยในการดูแลหญ้า ไม่ได้ปล่อยให้เทวดาเลี้ยงตามยถากรรม  เค้ามีเครื่องมือ เครื่องจักรเป็นขบวนการน่าทึ่ง เราเห็นอุปกรณ์พ่นน้ำและปุ๋ย ติดล้อเป็นราวยาว  ขับเคลื่อนด้วยรถที่ใช้ในการเกษตร ที่ปลายซ้ายขวา 2 คัน เคลื่อนที่เป็นหน้ากระดาน ไปบนแปลงหญ้าคลุมพื้นที่มหาศาล ช่างคิดจริงๆ


ในฤดูนี้ชาวฟาร์มกำลังจัดเตรียมเก็บหญ้า ทำให้แห้งแล้วม้วนเป็นก้อนกลมๆ ก้อนใหญ่มหึมาขนาดประมาณล้อรถบรรทุก หรือล้อรถแทรกเตอร์ แล้วห่ออย่างดีด้วยพลาสติก เรียงกันไว้มากมาย เพื่อเป็นอาหารของสัตว์ในฤดูหนาว ที่หิมะจะปกคลุมไปทั่วบริเวณ ผลผลิตหญ้าเลี้ยงสัตว์ของชาวฟาร์ม ไม่แค่เพียงใช้เลี้ยงสัตว์ในประเทศเท่านั้น นิวซีแลนด์ยังเป็นผู้ผลิตและส่งออกหญ้าเลี้ยงสัตว์รายใหญ่ที่สุดในโลก ตลาดใหญ่คือประเทศทั้งหลายในทวีปยุโรป เนื่องจากสัตว์ที่เลี้ยงเป็นประเภทเดียวกัน เช่น แกะ วัว หรือ ม้า ภาคพื้นยุโรปจะมีพื้นที่ราบไม่มากมายพอผลิตหญ้าได้เพียงพอ โดยเฉพาะในฤดูหนาวยิ่งสาหัสนัก จึงต้องสั่งซื้อหญ้าจากที่นี่ไปเลี้ยงสัตว์   ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าหญ้าจะเป็นสินค้าส่งออก   เก็บสตางค์ได้เป็นกอบเป็นกำถึงขนาดนี้

บริเวณทุ่งหญ้า Canterbury นี้นอกจากจะเลี้ยงแกะแล้ว ยังมีการเลี้ยงกวางให้เห็นอยู่หนาแน่น เราเห็นฝูงกวางในทุ่งหญ้า ตามรายทางอยู่เป็นระยะๆ น่าจะเป็นสัตว์เศรษกิจอีกประเภทหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมของย่านนี้ การเลี้ยงก็ปล่อยให้กินหญ้าอยู่ตามทุ่งเหมือนแกะ ส่วนฟาร์มวัวเราก็เห็นบ้างประปราย ไม่มากเท่าแกะและกวาง

หนทางช่วงนี้ เหมือนไม้บรรทัดที่ขีดเส้นแนวตรง ไม่มีคดมีโค้ง ทิวเขาที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า เป็นทิศทางที่เรามุ่งไปสู่ บนยอดแหลมของภูเขา มีหิมะปกคลุมยอดเขาอยู่บางๆ จินตนาการได้ว่าเมื่อหนาวเต็มที่ คงขาวโพลนไปทั้งทิวเขา

"เดี๋ยวเจอห้องน้ำ ข้างทางแวะจอดด้วยนะ แจนอยากเข้าห้องน้ำแล้ว" เสียงน้องแจนดังดังมาจากเบาะหลัง
"แม่ก็มองหาอยู่อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกัน" โชว์เฟอร์โต้ตอบสนทนา

อันที่จริงสมาชิกทั้งหลายก็คงจะมีอาการอยากจะพักกันถ้วนหน้าเช่นกัน เพราะเราเดินทางมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ยังไม่ได้จอดแวะยืดเส้นสายที่ไหนเลย อาการเมื่อยขบมันก็มีกันถ้วนหน้า แล้วเราก็เจอสถานที่พึงประสงค์ ห้องน้ำสาธารณะเล็กๆข้างทาง แต่ตั้งอยู่ในทำเลสวยงาม ในหุบเขามีลำธารเล็กๆไหลผ่าน

"ว๊าว" เป็นห้องน้ำริมทาง ที่วิวสวยที่สุดในโลก ตำแหน่งนี้เราโหวตมอบให้เอง

เสร็จจากทำธุระในห้องน้ำ เราก็พากันสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด ที่แท้ห้องน้ำแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณ Rakaia Gorge หุบเขาเล็กๆ สถานที่ท่องเที่ยวแนวกิจกรรมผจญภัย อย่างล่องแก่ง เดินป่าทำนองนั้น เรารู้มันมีชื่อก็จากป้ายน้อย ที่แปะอยู่บนหัวสะพานบนทางหลวงที่ข้ามลำธาร ติดอยู่ใกล้ป้ายใหญ่บอกระยะทาง ฉันรู้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็เพราะได้ทบทวนข้อมูลในไกด์บุ๊ค ที่ระบุไว้เป็นข้อมูลน้อยนึง นี่ถ้าเป็นบ้านเราแหมทำเลแบบนี้มันคงเต็มไปด้วย แผงขายสมตำน้ำตก ซกเล็ก เข้ากั๊นเข้ากัน

ยามนี้หุบเขา ธารใสสีเขียวเทอคอยส์และหาดทรายขาวสวย ช่างเงียบเหงาร้างไร้ผู้คน มีเพียงเรา 5 คน ที่เวลานี้แปลงร่างเป็นนางแบบหน้าส้วม ผลัดกันถ่ายรูปมุมนั้นมุมนี้ มีอุปกรณ์ประกอบฉาก เป็นเก้าอี้ไม้เอนหลังตัวโตหน้าห้องน้ำ จอยกับแจน สองสาวดูจะ สำราญเป็นพิเศษ โพสต์ท่าออกนอกหน้ามากกว่าใคร

 

ยังติดใจวกกลับมาที่ห้องน้ำริมทางกันอีกนิด วกมาเล่าสู่กันฟัง มันเป็นห้องน้ำสารธารณะที่ "สะอาดจนคุณสัมผัสได้" มีกระดาษชำระเตรียมไว้อย่างดี ถ้าฉันไม่สังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง ก็คงจะติดความสงสัยเล็กๆ  เรื่องส้วมนิวซีแลนด์ กลับมาเมืองไทยด้วยแน่แท้

เมื่ออกจากไคร์ทเชิร์ท เราขับรถตามรถของ Rentokil (บริษัทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทำความสะอาดระดับโลก) มาห่างๆ ฉันจำแม่นเพราะยังนึกขำๆว่าพี่แกมาทำอะไรแถวนี้หว่า สงสัยมาตามเก็บขี้แกะ ตามมาระยะหนึ่งแล้วก็หายคลาดกันไป เพราะเราแงะงะสับสนแวะถามทาง แล้วก็มาจ๊ะเอ๋กันอีกทีที่ห้องน้ำนี้ เรากำลังเข้ามาแต่เค้ากำลังจะออกไป เลยถึงบางอ้อว่า ที่แท้เค้าไม่ได้มาเก็บขี้แกะ แต่เค้ามาตะเวนทำความสะอาดห้องน้ำตามรายทาง น่าทึ่งในการจัดการของเค้าจริงๆ และตลอดทริปที่เราได้แวะใช้บริการห้องน้ำสาธารณะ มันมีอันหายห่วงสบายใจทุกแห่ง ชมชื่นและชมชอบขอปรบมือให้ดังๆ


100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นความเร็วสูงสุดที่อนุญาตให้ขับรถในนิวซีแลนด์  ทุ่งหญ้าแล้วทุ่งหญ้าเล่าที่เราผ่านมา  เบื้องหน้าก็ภูเขาหัวขาว ที่ดูเหมือนเราจะขับดิ่งไปชนมัน  เหงาๆไร้สำเนียงของสรรพสิ่ง ทั้งภายนอกและภายในรถ สมาชิกพากันหลับโงกกันอยู่ตอนหลัง โดยเฉพาะนายจ๊อปเพลินธรรมชาติซึมแปลงสัญชาติเป็น “อาหลับ” ไปตั้งแต่ขับผ่านแกะฝูงที่ 20 แล้ว ถนนสองเลนภายนอกก็เหงาได้ไม่แพ้กัน มีรถสวนมาประปราย รถตามก็มีบ้างพอให้รู้ว่าถนนนี้ไม่ร้างไร้ยวดยาน  ส่วนรถแซง ...หึ หึ น๊าน นาน คันนึง

ที่นี่ใช้ระบบจราจรและมาตรวัดเหมือนเมืองไทย ขับรถเลนซ้าย ระยะทางบอกเป็นกิโลเมตร น้ำหนักชั่งเป็นกิโลกรัม หลักกิโลตามทางหลวงไม่มีทุก 1 ก.ม. อย่างบ้านเรา จะมีป้ายขึ้นอยู่ริมทาง นานๆครั้งว่าเมืองโน้นเมืองนี้  อยู่ข้างหน้าห่างจากที่นี่เท่าไหร่  พอถึงทางแยกก็จะชี้บอกว่าเลี้ยวซ้ายไปไหน เลี้ยวขวาไปไหน ตรงไปไปไหนแบบนี้ ชุมชนย่อยๆมีประปรายให้เปลี่ยนวิวบ้าง เหมือนกัน มีที่พักเป็นโมเทลเล็กๆบ้าง เป็นฺ B&B บ้าง อยู่ตามชุมชน ขึ้นป้ายเชิญชวนให้เห็น มีสะดุดตาสร้างสรรค์ไอเดียบ้างกันบ้างตามสมควร บางทีก็แต่งตัวเจ้ารถเต่าบีทเทิล  แปลงโฉมซะเปรี้ยวจี๊ดแล้วเอามาจอดริมทาง  ขึ้นป้ายโฆษณาโมเตล

ฉันก็มองดู สังเกตุไปเรื่อยเปื่อย ตามแต่ว่ามีอะไรแวปเข้ามาในสายตา กระตุ้นตัวเอง แต่มันก็ไม่เบื่อหรอกนะดูได้เรื่อยๆ เพราะมันสดชื่นสบายตา สลับกับการชวนโชว์เฟอร์สาวคุยไปเรื่อยๆ นานๆก็สลับเอาเรื่องชาวบ้านมาคุย อ้าว!....ไม่พ้นจนได้

“ข้างหน้ามีร้านกาแฟ เราจอดแวะกันซักหน่อยดีกว่า มีป้ายตัว i ด้วย เผื่อจะมีข้อมูลเพิ่มเติม ” ฉันเสนอความเห็นโดยเชื่อว่าจะได้รับการตอบสนองแต่โดยดี

รถของเราจอดสนิทที่หน้าร้านกาแฟเล็กๆแห่งนี้ มีเจ้าหมาลาบาดอร์สีดำ ตัวใหญ่แต่ใจดีกระดิกหางต้อนรับอยู่หน้าร้าน ก่อนเข้าไปในร้าน ฉันกวาดสายตาสังเกตุโดยรอบ ว่าที่แท้เป็นทางแยกเข้าไปสู่ Mt.Somers สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง ที่ระบุในไกด์บุ๊คและแผนที่

ภายในร้านดูธรรมดาๆ มีกาแฟ เครื่องดื่ม ขนมจุบจิบ ขายไม่มาก แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ เจ้าของร้านที่มีอัธยาศัยน่ารัก ไม่กุลีกุจอแต่ดูเป็นมิตร ตอบคำถามเกี่ยวกับสถานที่ และอธิบายอย่างเต็มใจยิ้มแย้ม พร้อมนำเสนอข้อมูล ด้วยแผนที่อีกแผ่น ที่จัดทำสำหรับเมืองนี้ โดยเฉพาะขยายจุดหมายท่องเที่ยว แต่ละแห่งของที่นี่ และบอกให้เราหยิบฉวยแผนที่ติดไปด้วย ตามแต่จะใช้งาน มีข้อมูลแผ่นพับของสถานที่ท่องเที่ยว และที่พักในบริเวณนี้อีกมากมายให้เลือกหยิบ

ฉันชอบใจที่ได้แผนที่ใหม่ที่ต่างกับที่ถืออยู่ มันเป็นแผ่นที่ของเมืองนี้ ให้ข้อมูลละเอียดมากมาย ทั้งที่เที่ยวที่กิน ที่พัก แม้จะไม่ได้ไปเที่ยวตามที่แนะนำ แต่ก็ชอบใจเรื่องข้อมูลที่มีให้นักท่องเที่ยวอย่างฉันได้อุ่นใจ (และก็ได้พบว่าทุกเมืองที่เราแวะ จะได้ข้อมูลของสถานที่  จากร้านรวงที่มีเครื่องหมาย " i "ติดอยู่แบบนี้เช่นกัน)

จากแผนที่ทำให้เรารู้ว่า เราอยู่ในเขตของ Ashburton District เมืองที่มี โตรกผาลำธารและภูเขามากมาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สำหรับนักท่องเที่ยวแนวธรรมชาติผจญภัย ดูจากข้อมูลแผนพับของแต่ละแห่ง ก็พอจะเดาได้ว่า ในฤดูร้อนที่นี่คงจะคึกคักไม่เบา คงไม่เหงาซึมอย่างวันนี้แน่นอน

กาแฟริมทาง ถ้วยละ 4-5 เหรียญ มันช่างอร่อยจัง เราจากร้านผ่านมาตั้งไกลถึงได้นึกได้ว่า กาแฟแก้วกระดาษที่จ่ายไป ราคาเป็นเงินไทยมันถ้วยตั้ง 120-150 บาทเชียวนะ สั่งกันคนละแก้ว มันเท่าไหร่กันนี่ อุ๊ป!! ลืมตัว เผลอไปแล้ว

 

อาหารกลางวันมื้อระหกระเหิรมื้อแรกของเรา อยู่ที่เมือง Geraldine ตั้งวงอยู่บนโต๊ะริมทางใต้เงาไม้ ปูพื้นหนาด้วยพรมสีทองจากใบไม้ ทีร่วงปลิวลงมาจากบนต้น สวยงามเหมือนภาพวาด มันตั้งอยู่ใกล้ห้องน้ำสาธารณะ!!! (อีกแล้ว) วันนี้มีอะไรกับห้องน้ำกันนักหนายังข้องใจ แต่เราไม่รู้สึกอะไร ก็บบรยากาศมันสวยดีนี่นา แถมสะดวกดีด้วยอีกต่างหาก กินเสร็จปุ๊บก็ได้ใช้ยริการกันเลย

เสบียงทั้งหลายที่ตระเตรียมกันมาแต่เช้า ถูกลำเรียงมาจัดการ กินกันไปคุยกันไปสายตาก็ทอดดู ผู้คนบ้านเมืองเพลินๆ เพราะทำเลที่คั้งของเราอยู่ริมถนน ใกล้ทางแยกหลักออกจะเปิดเผยซะขนาดนั้น อะไรที่ผ่านมาไม่มีรอดสายตาเราไปได้

 

 

Geraldine เป็นเมืองค่อนข้างใหญ่ อย่างน้อยก็ใหญ่ที่สุดในบรรดาเมืองที่เราผ่านมา เป็นเมืองหลักของการเดินทาง เพราะเป็นชุมทางของเส้นทางที่จะแยกไปตามเมืองต่างๆ นักท่องเที่ยวที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมากับทัวร์ หรือขับรถมาเองเกือบทั้งร้อย ต้องแวะพักที่นี่ เราเองเดินทางมาแบบเรื่อยเปื่อย กับข้อมูลหลวมๆ ไม่ได้กำหนดมาก่อนว่าจะหยุดพักที่ไหน ยังเลือกพักเส้นทางกันที่นี่ ด้วยเหตุผลที่มันเหมาะไปเสียทุกอย่าง ตั้งแต่เป็นระยะทางที่เหมาะสม เวลาบ่ายนิดๆ ก็ใช่เลยว่าเหมาะกับเวลาอาหารกลางวัน แถมมีชีวิตชีวาคึกคักๆด้วยผู้คน ไม่เห็นผู้คนเหงามาครึ่งวันแล้ว พลังมันจึงแรงพอที่จะดึงดูดเราไว้

“ชั้นว่าที่นี่น่าจะเป็นเมืองที่ น่าแวะเที่ยวเหมือนกันนะ ถ้ามีเวลามากพอน่าจะค้างได้ซักคืนด้วยซ้ำไป” ฉันเปรยกับสมาชิก

“ใช่ ๆ จอยเห็นด้วย ดูจากข้อมูลแล้วมีที่น่าเที่ยวตั้งเยอะ มีพิพิธภัณฑ์รถโบราณด้วย” จอยสนับสนุน เธอคงอ่านข้อมูลอยู่เงียบในรถมาก่อนแล้ว

“เนี่ยเห็นมั๊ยที่พักก็มีตั้งเยอะ ข้างหน้าเรานี่ก็ใช่” เธอชี้นิ้วไปที่บ้านทรงตุ๊กตาสีลูกกวาดที่อยู่ตรงข้ามอีกฝั่งถนน

อันที่จริงจากการสำรวจคร่าวๆด้วยสายตา และดูข้อมูลประกอบภายหลัง ฉันก็พบว่าที่นี่เป็นเมืองน่าสนใจ อีกแห่งสำหรับการท่องเที่ยว ข้อมูลที่พักก็มีมากมายหลายสิบแห่ง ถ้าได้กลับมาอีกน่าจัดเวลาให้สำหรับเมืองนี้สักคืน ฉันว่าแม้มันไม่โด่งดัง แต่เมืองดูมีเสน่ห์ บ้านเรือนเป็นหลังเล็กๆเหมือนบ้านตุ๊กตา ทาสีหวานตกแต่งน่ารัก กั้นอาณาเขตบ้านด้วยรั้วระแนงเตี้ยๆ ปลูกไม้ดอกสีสวย ในกระเช้าและกระถางตั้งไว้ที่ขอบหน้าต่าง ขับให้ตัวบ้านยิ่งสวยขึ้นไปอีก พื้นที่สีเขียวของป่าแทรกก็มีอยู่ให้ร่มเย็น ยามนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงก็เหมือนเมืองนี้เป็นสีทองสลับกับสีลูกกวาด

“เดี๋ยวอิ่มแล้วเราแวะไปเดินเล่นในมอล์ลกันหน่อยนะ ไปเดินดูร้านรวงข้าวของ กันหน่อยว่ามีอะไรบ้าง” เสียงคุณนายเจี๊ยบ แทรกขึ้นขัดบทสนทนาเรื่องเที่ยวๆ ของฉันกับจอย

ฉันคิดแล้วว่าแหงล่ะ เจ้าแม่ช้อปปิ้งอย่างเธอมีหรือจะพลาดรายการนี้ แต่สมาชิกทุกคนรวมทั้งฉันก็ชอบและเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แม้เธอไม่เสนอ มันก็ต้องมีใครในกลุ่มเสนอแน่นอน มันต้องสำรวจกันหน่อยเป็นธรรมดา เราไม่รีบร้อนอะไรนี่ ปลายทางของเราวันนี้มันก็อยู่ไม่ไกลแล้ว

Mall ที่ว่าก็อยู่ถัดจากบริเวณที่เรานั่งกินข้าวไปนิดเดียว เป็นมอล์ลเล็กๆ มีร้านเช่าขายของไม่มากนัก แต่ก็ไม่โหรงแหรงจนดูเหงา มีร้านกาแฟน่ารักน่าแวะนั่ง สินค้าที่ขายตามร้าน ก็เป็นพวกของทีระลึก งานฝีมือ งานศิลปะ ที่ราคาแพงจับไม่ลงซักอย่าง แต่ทีถูกใจฉันเป็นร้านขายเครื่องมือทำสวน ตกแต่งสวน ฉันว่ามันน่ารักมีดีไซน์แปลกตาไม่มีให้เห็นในเมืองไทย ไม้กวาดสนามยังน่ารักเลย บ้านเราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับกินจะกรรมทำสวน ที่ดูกระจุ๋มกระจิ๋มเป็นงานอดิเรกเท่าไหร่ เราไม่ชอบปลูกอะไรที่กินไม่ได้ เครื่องมือทำสวนแบบนี้เลยไม่ค่อยมีให้เห็น และที่มีก็ราคาแพงจนไม่น่าจะเป็นเครื่องมือทำสวน แต่ราคาของที่นี่ก็แพงได้สุดๆเหมือนกัน ฉันเลยโชคดีกระเป๋าสตางค์ไม่บาดเจ็บ

พากันเดินออกมาจาก Mall รถบัสนักท่องเที่ยว มาจากไหนก็ไม่รู้ พากันมาจอดอยู่หลายคัน แต่พอจะสรุปได้ว่า ต่างคนต่างมาไม่ใช่คณะเดียวกัน เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ลงมาจากบัสแต่ละคัน มันต่างเผ่าพันธ์แยกออกจากกันได้ชัดเจน แล้วปรากฎการนี้ ทำให้ฉันได้เห็นความต่างของ กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติพันธ์ เหมือนยกการเรียนรู้นอกห้องเรียน มาสรุปโดยมีตัวอย่างประกอบ

บัสที่เป็นชาติตะวันตก มีแต่ผู้สูงอายุวัยเกษียณ มาเป็นคู่พึ่งพาอาศัย ประคองจูงมือกันดูกระหนุงกระหนิง บัสที่เป็นเอเชียแม้จะเป็นเอเชียเหมือนกัน แต่มันก็แยกความต่างได้ชัดเจน ที่เป็นญี่ปุ่นดูจะเป็นคนหนุ่มคนสาว เดินกันเงียบๆ แต่งตัวไม่ฉูดฉาด ดูถ่อมตัวนิดๆ แต่อีกกลุ่มโอ้โห!!! ไม่ต้องเดา เพราะเสียงโล้งเล้งจะนำหน้ามาก่อนเป็นเอกลักษณ์ แต่ที่ต่างจากนักท่องเที่ยวจีน ที่มาเที่ยวเมืองไทย คือกลุ่มอายุที่ดูจะเป็นหนุ่มสาววัยทำงาน ดูท่าทางมีสตางค์เป็นส่วนใหญ่ การแต่งตัวก็จะสุดฤทธิ์เดชประชันกันประมาณว่า ลากเอาแคทวอล์คจากเซี้ยงไฮ้ เสินเจิ้นมาเลย ฉันมักจะชินตากับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ดูเป็นอาแป๊ะ อาซิ้มบ้านๆ มาเที่ยวเมืองไทยมากกว่า เลยได้แต่สะท้อนใจว่าบ้านเรานี่มันถูกแท้ๆ เราชอบปริมาณมากกว่าคุณภาพจริงๆ แล้วสรุปโดยรวมว่าอะไรล่ะ มันก็สรุปได้อย่างหนึ่งล่ะว่า


คนชาติตะวันตก ทำงานก่อนแล้วค่อยเที่ยวตอนแก่ ส่วนพวกเอเชียเที่ยวก่อนแล้วค่อยทำงาน พอแก่ก็อยู่เฝ้าบ้าน….ฮา  ฉันสรุปของฉันแบบนี้แหละ แล้วใครจะว่าไงล่ะ

ออกเดินทางกันต่อเสียที่ ป้ายบอกระยะทางบอกว่าอีกแค่ 89 กิโลเมตร เราก็จะถึง Lake Tekapo แล้ว เราน่าจะไปถึงในอีกไม่เกิน 2 ช.ม. คำนวนอย่างเผื่อเวลามากที่สุดแล้ว น่าจะมีเวลาให้เราเหลือเฟือ ในการหาที่พักและสำรวจเมือง

เคลื่อนตัวออกจาก Geraldine สมาชิกดูมีพลัง ไม่ง่วงงึมซึมกระทือ เหมือนช่วงเช้า ทุ่งหญ้าใบเขียวสองข้างทางดูจะเริ่มแล้ง เหลืองๆแห้งมากขึ้น ต้นไม้กิ่งโกร๋นเริ่มมีให้เห็นหนาตา ต้นที่ยังมีใบ  สีของใบก็เหลืองจัดจ้าน ทิวเขาข้างหน้าก็ดูจะลูกใหญ่มากขึ้น สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่มีอยู่ในบรรยากาศ

หลุดออกมารอบนอกเมืองเราสังเกตุเห็นร้านผลไม้ ขายเองแบบชาวบ้านมีเป็นระยะ ที่โดดเด่นสะดุดตาเห็นจะเป็นแอปเปิ้ลผลแดง ติดราคาที่ครั้งแรกดูแล้วยังไม่เชื่อสายตา จนผ่านเลยมาถึงร้านหนึ่งที่เราจอดรถอุดหนุน ราคา 99 เซนต์ต่อแอปเปิ้ล 1 กิโล เป็นเรื่องจริงไม่ต้องหยิกแขนตัวเองเพื่อพิสูจน์ ราคากิโลละไม่ถึง 30 บาท แถมยังสดใหม่เหมือนเพิ่งปลิดลงมาจากต้น เราก็เลยอุดหนุนกันตามสมควร รวมทั้งซื้อเจ้ากีวี่ผลเขียวติดมือมาด้วยเป็นเสบียง
 
"เนี่ยนะ เมืองเทคาโป ไหงมันเล็ก ไหงมันเหงาแบบนี้ล่ะ" ฉันอุทานเมื่อเรามาถึง LakeTekapo ในเวลาบ่ายแก่ๆ

เมืองท่องเที่ยวอันโด่งดัง ที่ทุกรายการทัวร์ที่มาเที่ยวเกาะใต้ นิวซีแลนด์ จะต้องแวะมา มันช่างต่างกับที่ฉันคาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง . . .มันเงียบ . . .มันเล็ก . . .มันเหงา ผสมกับความเย็นเยือกในบรรยากาศ แล้วสร้างให้จิตเศร้า และซึมได้อย่างไม่ทันตั้งตัว ฉันรีบหยิบเอาข้อมูลของเมืองนี้ขึ้นมาดู เพื่อให้แน่ใจว่าเรามาไม่ผิดเมือง แล้วข้อมูลที่ได้ก็ยืนยันว่า ใช่แล้วที่นี่คือ เทคาโป ไม่ผิดแน่นอนทะเลสาบสีฟ้าอมเขียวชื่อเดียวกับเมือง ทางฝั่งขวาของถนน ที่เราเห็นแวปๆเป็นการยืนยันว่าใช่แน่นอน

เอาละซีเราเริ่มวิตกแล้วว่า แล้วจะมีรังให้นกขมิ้นอย่างเรา ซุกหัวนอนหรือเปล่านี่
.....ค่ำแล้วจะนอนที่ไหนเอย เอ้ย...เจ้านกขมิ้นเอย....


ถนนสายหลักที่นำเรามาสู่ Tekapo แบ่งเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง   ฝั่งขวามือมีบ้านเรือนกระจัดกระจาย ประปราย เป็นฝั่งเดียวกับทะเลสาบ ฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่สูงกว่า แต่มีบ้านเรือนอยู่หนาแน่นกว่า ด้วยข้อมูลหลวมๆ ที่เรายังไม่ได้อ่านลงลึกในไกด์บุ๊ค เลยทำให้เราตัดสินใจเลี้ยวรถเลือกไปสำรวจเมืองฝั่งซ้ายของถนนก่อน  ขับรถไปตามถนนเล็กๆ เลาะไปตามบ้านเรือน ที่เหมือนจะร้างผู้คน ผ่านมาหลายหลังแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่า จะมีที่ไหนที่ดูจะเป็น โมเทล เกสเฮาท์ หรืออะไรที่ดูจะเป็นกิจการที่พักแรมเลย สรุปว่าฝั่งนี้ของเมือง เป็นที่อยู่อาศัยล้วนๆ

เปลี่ยนเส้นทางข้ามมาทางฝั่งขวา ทะเลสาบสี Turquoise พระเอกของเมืองดูสงบนิ่ง เศร้าๆอยู่ข้างหน้าเรา มีเสาไฟฟ้าและม้านั่งที่ตั้งอยู่ริมฝั่ง นิ่งเหงาอยู่เป็นเพื่อน ไม่น่าเชื่อเลยว่า นี่คือจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหล เข้ามาที่เมืองนี้ในฤดูท่องเที่ยว ซึ่งก็น่าจะมีจำนวนไม่น้อยเลย เพราะฝั่งนี้เราสังเกตุ เห็นว่ามีโมเตลสวยๆ จำนวนมากสร้างอยู่มากมาย เรียงรายในมุมมองสวยงาม ที่สามารถมองเห็นทะเลสาบได้เต็มตา โถ!...ที่แท้ที่พักเค้าจับกลุ่มกันอยู่ฝั่งนี้  แล้วที่ตั้งเรียงรายในทำเลที่ทอดยาวออกไป ตามชายฝั่งทะเลสาบอีกไม่รู้เท่าไหร่

ท่ามกลางอากาศหนาวเยือก เราพากันเดินห่อตัว สำรวจบริเวณโดยรวม พอจับทิศทางให้ได้ก่อน ว่ามีอะไรที่ไหนกันบ้าง เช่นมี Soper Mart เล็กๆตรงนี้ มีโมเตลสวยๆตรงนั้น แล้วก็พากันเดินสวนกระแสคนเมือง ที่เวลานี้เก็บตัวกันเงียบอยู่ในบ้าน ไปตามถนนที่ทอดยาวเลียบไปตามฝั่งทะเลสาบ ตอกย้ำอารมณ์เหงาและหนาวซะให้สะใจ

น้ำในทะเลสาบใสและนิ่งเหมือนแผ่นกระจก เงาของทิวเขาตระหง่านที่วางอยู่เบื้องหลัง สะท้อนทาบลงบนผิวน้ำ ภาพที่ปรากฏ ชัดคมเหมือนต้นแบบ   มองเห็นแม้แต่หิมะขาวที่ปกคลุมบางๆอยู่บนยอดเขา มันเป็นสัญญาณบ่งบอกได้ว่า จากนี้ไปที่นี่จะ เหงา หนาว และซึม มากกว่านี้เป็นทวี ทอดสายตาไกลออกไปทางขวามือ เราเห็นโบสถ์เล็กๆและอนุสาวรีย์สุนัขเลี้ยงแกะ ตามคู่มือท่องเที่ยวเปี๊ยบ มีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เราได้พบเจอ มาตั้งแต่เมืองเกลราดีน กำลังชมอยู่และบ้างก็ทยอยกันออกไปแล้ว  พวกเขาไม่ได้พักค้างที่เมืองนี้ ฉันก็พลอยสงสัยว่าเค้าจะไปพักที่ไหนกัน แล้วก็ตอบข้อสงสัยเอาเองว่า คงจะเดินทางต่อไปถึง Mouth Cook คงหนาวน่าดูชมเชียวละ

"รู้จัก ซุปเปอร์มาร์ทแล้ว ชั้นไม่ห่วง เรื่องกินแล้วล่ะ ทีนี้หาที่นอนกันเถอะ" เจี๊ยบพูดเตือนสมาชิก ว่าถึงเวลาเลิกทำมิวสิก แล้วช่วยกันหาที่ซุกหัวนอนกันกันได้แล้ว

"ลองไปดูที่นี่กันก่อนมั๊ย ดูจากหน้าตาในรูปแล้ว จอยว่าเข้าท่าดี อยู่ตรงโน้นใกล้ๆกับซูปเปอร์แหละ" จอยคว้าเอาไกด์บุ๊คเล่มที่ว่าด้วยที่พัก เอาขึ้นมาดูแล้วใช้มันเป็นประโยชน์อย่างจริงจัง

ตรงโน้นของจอย ก็คือบริเวณส่วนที่เราได้สำรวจมาก่อนหน้านั้นแหละ อยู่ถัดมาจากด้านหลังของซูปเปอร์มาร์ท มองเห็นวิวทะเลสาบ เราเข้าไปสำรวจ เลือกดูยูนิตที่มี 2 ห้องนอนและมีพื้นที่ใช้สอยเหมาะกับคณะของเรา ยังไม่ได้ตกลงปลงใจกับที่ใด เพราะแต่ละที่ก็สวยงามดูดี ราคาคร่าวๆก็ตกอยู่ราว 160-200 NZ$ และแล้วเราก็พากันมาตกหลุมรักที่ Lake Tekapo Scenic Resort ที่วิวนอกหน้าต่างทุกบาน เราจะมองเห็นภาพของทะเลสาบสวย พื้นที่กว้างขวาง ปูพรมหนาใหม่เอี่ยม ราคาก็แค่ 170 NZ$ ดูแล้วก็อยากจะหลบหนาว อาศัยไออุ่นที่นี่ซะเลย แต่!...มีแต่จนได้ เจ้าห้องนี้มันอยู่บนชั้นสอง และปัญหาใหญ่ที่ตามมาก็คือ กระเป๋าเดินทางของสมาชิกทั้ง 5 แต่ละคนใบใหญ่เท่าบ้าน การจะแบกลากขึ้นบันไดมามันคงทุลักทุเลสิ้นดี อุปสรรคนี้ทำให้เราต้องแขวนความพอใจเอาไว้  ขอลองไปสำรวจที่อื่นเพิ่มเติมก่อน แต่ก็ไม่วายมองตาละห้อยอ้อยอิ่ง ประหนึ่งว่าเดี๋ยวจะกลับมา

"จอยว่านอนแค่คืนเดียวเอง ไม่ต้องหรูมากก็ได้น่า แล้วราคามันก็สูงไปนิดนะ" จอยออกความเห็นเพือลดความหนักแน่นในการเลือกนอนที่นี่

"น้าจอยสัญญาว่า ถ้าหาที่อื่นไม่ได้เหมาะสมกว่านี้เราจะกลับมานะจ๊อป " จอยปลอบใจหลานชาย ที่มีท่าทีเสียงแข็งที่สุดที่จะพักที่นี่

"สัญญาเป็นสัญญานะน้าจอย" จ๊อปไม่วายขอคำยืนยันแน่นอน แต่ก็ยอมตามมติเสียงส่วนใหญ่แต่โดยดี

หมดความกังวลเรื่องที่พักไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ประกอบกับเวลาที่ยังพอมีเหลือ เราพากันขึ้นรถ ขับเลาะไปตามชายฝั่งจนถึงโบสถ์และอนุสาวรีย์หมาเลี้ยงแกะ แล้วลงสำรวจน้อยหน่อย แต่ถ่ายรูปมากหน่อยตามธรรมเนียม


โบสถ์ที่อยู่คู่กับอนุสาวรีย์เจ้าหมาน้อย เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของที่นี่ เป็น The must to see อีกแห่งหนึ่ง ภาพที่ปรากฎ เบื้องหน้า มันหลุดไปมากจากจินตนาการและความคาดหวังของฉัน ที่ประเมินจากการบอกเล่าผ่านช่องทางต่างๆ ที่ได้พบเห็นก่อนการเดินทาง อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศที่เป็นไปอยู่ ณ.ขณะนี้ก็ได้ โบสถ์หลังเล็กๆนี้ มีชื่อเต็มๆว่า "Church of the good shepherd" สร้างด้วยหินทั้งหลัง ตามข้อมูลระบุว่า สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ 1935 และทุกวันนี้ก็ยังเป็นศาสนสถานที่ประกอบพิธีอยู่เป็นปกติ เป็นศูนย์รวมของชาวเมืองที่นี่ ส่วนอนุสาวรีย์สุนัขเลี้ยงแกะ "The good shepherd" ที่สร้างเพื่อเป็นการยกย่องพระคุณของสุนัขเลี้ยงแกะ เป็นโลหะบอนซ์ บนฐานหินสูง ก็ตั้งอยู่ใกล้กัน เหมือนต้องมีฉันต้องมีเธอยืนเหงาอยู่เป็นเพื่อนกัน

ฉันถอยห่างออกมาชมภาพรวมของโบสถ์ ในมุมมองที่เหมาะสม และจินตนาการถึงวันที่ท้องฟ้าใส แสงแดดจ้าจึงพอเข้าใจได้ว่า ทำไมที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม โบสถ์ตั้งอยู่บนเนินสูงริมทะเลสาบ ใกล้ๆกับอนุสาวรีย์หมาน้อย มีทิวเขาเป็นฉากหลัง เชื่อมสายตาเป็นภาพพาโนรามา ที่สวยงาม ทั้งโบสถ์และอนุสาวรียืเป็นจุดดึงสายตาน่าสนใจ ในยามฤดูร้อน หญ้าแห้งๆที่เห็นปกคลุมอยู่บนพื้น จะเปลี่ยนเป็นทุ่งดอกไม้ แค่คิดก็เข้าใจแล้วล่ะ ว่ามันจะงามอย่างไร และทำไมใครๆถึงสนใจ และพากันมาถ่ายรูปที่นี่ จนได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ ที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ ถึงขนาดนั้นเชียว

เห็นไหมถ้าด่วนตัดสินเสียก่อนว่า "ไม่เห็นมีอะไรเลย"
ฉันก็คงจะเห็นแต่หญ้าแห้งกับโบสถ์หิน ติดในความทรงจำไปจนตาย ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย


ส่วนทะเลสาบสีสวย ยามหน้าร้อนก็คงคึกคัก คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวนิยมธรรมชาติ สนุกกับกิจกรรมมันๆ ในทะเลสาบ ทั้งล่องเรือ ตกปลา และเล่นกิจกรรมโลดโผนบนพื้นน้ำ ส่วนกิจกรรมบนบก ก็คงเต็มไปด้วยกิจกรรม ทั้งเบาๆแบบแค้มป์ปิ้ง ปิคนิค ไปจนถึงเดินไพรสำรวจธรรมชาติ  โรงแรม โมเทลเหงาแทบร้างที่เราได้ไปสำรวจมาแล้ว ราคาคงไม่ได้อยู่ที่ ร้อยกว่าสองร้อยอย่างที่เราได้ ฉันว่าอย่างน้อยๆ ก็ต้องมีเกือบสามร้อยนั่นแหละ
พูดถึงโรงแรม ก็นำเรากลับสู่ภาระกิจที่ยังคั่งค้างอยู่ เราเอ้อระเหยโชยลมหนาวอยู่ ก็เพราะมั่นใจว่าคืนนี้ยังไงก็มีที่นอน แต่ก็ต้องจัดการให้เสร็จสิ้นล่ะ ว่านกขมิ้นจะนอนที่รังไหนดี ลองขับรถเลาะไปเรื่อยๆตามแนวฝั่งที่ไกลออกไปอีกนิด แล้วเราก็พบว่ายังมีที่พักมากมาย กระจายตัวอยู่ห่างๆกัน มีทั้งดูหรูหราจนถึงระดับธรรมดาๆ จอยยังคงรักษาหลักการ " นอนคืนเดียวไม่ต้องหรูก็ได้" ของเธอไว้อย่างเหนียวแน่น โดยบอกให้โชว์เฟอร์จอดรถหน้าโมเทลแห่งหนึ่ง ซึ่งหน้าตาดูธรรมดาค่อนไปทางเก่าแต่ก็อยู่ในทำเลงามวิวสวย

"เดี๋ยวจอย ขอไปสำรวจดูก่อน น่าจะมีอะไรดีๆน่า" เธอเสนอในขณะที่สมาชิกที่เหลือไม่มีท่าทีว่า  จะมีใครอาสาไปเป็นเพื่อนเธอเลยสักคน ร้ายกว่านั้นสีหน้าของทุกคนมันเป็นไปในทำนองเดียวกันว่า เดี๋ยวเถอะ  เดี๋ยวแม่ก็เผ่นแนบกลับมา เวลาผ่านไป  เธอหายไปนานกว่าที่เราคาดแฮะ แล้วสักพักเราก็เห็นเธอทำหน้ามั่นใจระคนตื่นเต้นเดินลิงโลดออกมา

"เจอที่เจ๋งๆแล้วล่ะ ไปดูกันราคาแค่ 120 เอง" เธอชักชวนให้สมาชิกตามไปพิสูจน์ความเห็นของเธอ

"จะใช้ได้เหรอ ดูมันไม่น่าจะเจ๋งอย่างเธอว่าเลยนา" เจี๊ยบออกเสียงอย่างไม่มั่นใจ เพราะสภาพภายนอกของโมเทลมันช่างห่างไกลกับคำว่าเจ๋งของจอย

"น่า...น่า ไปดูก่อน แล้วค่อยว่ากัน ถ้าเธอไม่เห็นด้วย" จอยคะยั้นคะยอ

เราก็เลยยกขบวนพากันเข้าไปดู แล้วก็ได้แปลกใจจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่า โมเทลมีชื่อแสนเชยว่า Parkhead Motel ความหมายประมาณว่า "ไสหัวเข้าไปซุกนอน" ที่ภายนอกก็ดูเล็ก และแสนเก่ารับกับชื่อ จะสะอาดพรั่งพร้อมดูดีได้ขนาดนี้ มันมี 2 ห้องนอน มีเตียงครบสำหรับสมาชิกทุกคน 1ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น มีห้องครัวเล็กๆ มีโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ อุปกรณ์ทำครัวมีครบครัน มีให้แม้แต่น้ำยาล้างจาน ส่วนเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ ก็ครบทั้ง ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตารีด  ฮีตเตอร์  ผ้าห่มไฟฟ้า  มีทุกอย่างที่โมเทลหรูมี  มองจากภายนอกออกมาก็เห็นวิวทะเลสาบ ได้ชัดเจนสวยงามไม่มีสิ่งกีดขวาง  อย่างนี้แล้ว  เป็นอันดับฝันของนายจ๊อปกับโมเทลหรู  ให้มลายหายวับไปทันที

 

 

 
 
 
FB ขับรถเที่่ยวนิวซีแลนด์




Series....เที่ยวนิวซีแลนด์

Newzealand Route Drive
ขับรถเที่ยว นิวซีแลนด์....ตอนชะตา นี้ช่วยกันลิขิต
ขับรถเที่ยวนิวซีแลนด์ -ตอน ปล่อยไก่ที่ Mt.Cook แล้วมุ่งสู่ Queentown article
ขับรถเที่ยว นิวซีแลนด์..... ตอน Kawarau สายน้ำแห่งความเร้าใจ



[1]

Opinion No. 1 (139908)
Lake Tekapo สวยงาม แม้ยามร้างผู้คนอย่างนี้ อ่านเพลินเหมือนได้ไปด้วยเลยครับ จะอ่านต่อจนจบ
By ฮาโร่ Date 2011-11-15 09:02:49



[1]


Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail *
Don't Display E-mail


Copyright © 2010 All Rights Reserved.

counter on iweb

Your visit